สถิติผู้เข้าชมตั้งแต่ 25 สิงหาคม 53

                                                                     บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง

 

               บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป) แห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านลานหิน  ต.ลานดอกไม้  อ.เมือง จ.กำแพงเพชร  อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ  “ป่าแม่ระกา”  ห่างจากตัวเมืองกำแพงเพชร  ระยะทางประมาณ  22  กิโลเมตร  สภาพเดิมบ่อน้ำพุร้อนพระร่วงเป็นทุ่งนา  มีน้ำร้อนผุดขึ้นมา  ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงได้นำน้ำไปใช้อุปโภคและบริโภคในฤดูแล้งเป็นประจำทุกปี  ต่อมาใน  พ.ศ. 2541  องค์การบริหารส่วน-จังหวัดกำแพงเพชร โดยนายจุลพันธ์  ทับทิม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ได้มีแนวคิดที่จะพัฒนาบ่อน้ำพุร้อนพระร่วงแห่งนี้  โดยร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลลานดอกไม้  ขอเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่  ตามหนังสืออนุญาตกรมป่าไม้ ฉบับที่  178/2543 เมื่อวันที่ 15 กันยายน  2543  เพื่อให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร  พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกำแพงเพชร

                บ่อน้ำพุร้อนพระร่วงแห่งนี้  สาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร ได้ทำการตรวจวิเคราะห์น้ำร้อนแล้ว  ผลปรากฏว่าไม่มีสารปนเปื้อนและไม่มีเชื้อโรคที่เป็นอันตราย  ไม่มีกลิ่นกำมะถัน  อุณหภูมิของน้ำร้อนอยู่ระหว่าง  45-60 องศาเซลเซียส สามารถใช้ดื่มกินและใช้อาบได้ มีความปลอดภัย และเป็นที่โจษขานกันว่าน้ำร้อนในบึงสาปแห่งนี้สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้  เช่น  โรคปวดเมื่อยตามร่างกาย  โรคผิวหนัง  เป็นต้น

 

 

                                                                    ตำนานบ่อน้ำพุร้อนพระร่วง

           บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป) เป็นบ่อน้ำพุร้อน  อยู่ที่บ้านลานหิน  หมู่ที่  ๕  ตำบลลานดอกไม้  อำเภอเมือง  จังหวัดกำแพงเพชร  มีลักษณะเป็นลุ่มน้ำขัง  มีป่าโปร่งล้อมรอบสลับด้วยเนินเตี้ย ๆ  พื้นดินบางแห่งมีหินโผล่ขึ้นเป็นกลุ่มน้อยใหญ่สลับกันไป  ตำนานเล่าว่าครั้งสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี  สมเด็จพระร่วงเจ้าได้เสด็จประพาสป่าล่าสัตว์มาถึงบริเวณบ้านลานหินและเสด็จฯไปประทับที่บริเวณนั้นวันหนึ่ง  พระองค์ทรงเห็นไก่ป่าตัวหนึ่งมีลักษณะสวยงามและมีเสียงขันไพเราะมาก  จึงทรงให้นายพรานที่ตามเสด็จฯ  ต่อไก่ป่าตัวนั้นและได้ไก่ป่าสมพระราชประสงค์  โดยมีไก่ป่าตัวอื่น ๆ ติดไปด้วยเป็นจำนวนมาก ในวันนั้นพระองค์และนายพรานล่าสัตว์อื่นไม่ได้เลย จึงทรงให้ทหารนำไก่ป่าตัวอื่น ๆ ไปปรุงอาหารสำหรับเสวย  แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นป่า  ไม่มีบ้านเรือนราษฎร  จึงไม่มีไฟใช้ทำอาหาร  พระองค์จึงทรงสาปน้ำที่อยู่ในบึงบริเวณใกล้ ๆ ให้เป็นน้ำร้อน บึงดังกล่าวจึงเรียกว่า “บึงพระร่วงสาป”  ต่อมาภายหลังเรียกสั้นลงว่า  “บึงสาป”  และเป็นที่โจษขานกันว่าน้ำในบึงสาปนี้สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บ  เช่น  โรคปวดเมื่อยตามร่างกาย  โรคผิวหนังได้  จึงมีประชาชนในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงพากันไปอาบ  ดื่ม  กิน  และบางรายนำน้ำกลับไปเพื่อเป็นสิริมงคล