
บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง
บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป) แห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านลานหิน ต.ลานดอกไม้ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าแม่ระกา” ห่างจากตัวเมืองกำแพงเพชร ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร สภาพเดิมบ่อน้ำพุร้อนพระร่วงเป็นทุ่งนา มีน้ำร้อนผุดขึ้นมา ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงได้นำน้ำไปใช้อุปโภคและบริโภคในฤดูแล้งเป็นประจำทุกปี ต่อมาใน พ.ศ. 2541 องค์การบริหารส่วน-จังหวัดกำแพงเพชร โดยนายจุลพันธ์ ทับทิม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ได้มีแนวคิดที่จะพัฒนาบ่อน้ำพุร้อนพระร่วงแห่งนี้ โดยร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลลานดอกไม้ ขอเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ ตามหนังสืออนุญาตกรมป่าไม้ ฉบับที่ 178/2543 เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2543 เพื่อให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกำแพงเพชร
บ่อน้ำพุร้อนพระร่วงแห่งนี้ สาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร ได้ทำการตรวจวิเคราะห์น้ำร้อนแล้ว ผลปรากฏว่าไม่มีสารปนเปื้อนและไม่มีเชื้อโรคที่เป็นอันตราย ไม่มีกลิ่นกำมะถัน อุณหภูมิของน้ำร้อนอยู่ระหว่าง 45-60 องศาเซลเซียส สามารถใช้ดื่มกินและใช้อาบได้ มีความปลอดภัย และเป็นที่โจษขานกันว่าน้ำร้อนในบึงสาปแห่งนี้สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ เช่น โรคปวดเมื่อยตามร่างกาย โรคผิวหนัง เป็นต้น
ตำนานบ่อน้ำพุร้อนพระร่วง
บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป) เป็นบ่อน้ำพุร้อน อยู่ที่บ้านลานหิน หมู่ที่ ๕ ตำบลลานดอกไม้ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร มีลักษณะเป็นลุ่มน้ำขัง มีป่าโปร่งล้อมรอบสลับด้วยเนินเตี้ย ๆ พื้นดินบางแห่งมีหินโผล่ขึ้นเป็นกลุ่มน้อยใหญ่สลับกันไป ตำนานเล่าว่าครั้งสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สมเด็จพระร่วงเจ้าได้เสด็จประพาสป่าล่าสัตว์มาถึงบริเวณบ้านลานหินและเสด็จฯไปประทับที่บริเวณนั้นวันหนึ่ง พระองค์ทรงเห็นไก่ป่าตัวหนึ่งมีลักษณะสวยงามและมีเสียงขันไพเราะมาก จึงทรงให้นายพรานที่ตามเสด็จฯ ต่อไก่ป่าตัวนั้นและได้ไก่ป่าสมพระราชประสงค์ โดยมีไก่ป่าตัวอื่น ๆ ติดไปด้วยเป็นจำนวนมาก ในวันนั้นพระองค์และนายพรานล่าสัตว์อื่นไม่ได้เลย จึงทรงให้ทหารนำไก่ป่าตัวอื่น ๆ ไปปรุงอาหารสำหรับเสวย แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นป่า ไม่มีบ้านเรือนราษฎร จึงไม่มีไฟใช้ทำอาหาร พระองค์จึงทรงสาปน้ำที่อยู่ในบึงบริเวณใกล้ ๆ ให้เป็นน้ำร้อน บึงดังกล่าวจึงเรียกว่า “บึงพระร่วงสาป” ต่อมาภายหลังเรียกสั้นลงว่า “บึงสาป” และเป็นที่โจษขานกันว่าน้ำในบึงสาปนี้สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เช่น โรคปวดเมื่อยตามร่างกาย โรคผิวหนังได้ จึงมีประชาชนในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงพากันไปอาบ ดื่ม กิน และบางรายนำน้ำกลับไปเพื่อเป็นสิริมงคล





